อดีต… มีความหมายเสมอ

บทความนี้เขียนขึ้นมาเพื่อเป็นการตอกย้ำคำนี้นะครับว่า “อดีต… มีความหมายเสมอ”

ในช่วงนี้มีเหตุการณ์หลายๆ อย่างเกิดขึ้นและเป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ โดยที่เพิ่งจบไปสดๆ ร้อนๆ ก็คือ การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย ในรายการนี้มีหลายอย่างหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น ทั้งสุข สมหวัง ดราม่า คละเคล้ากันไป แต่ก็นั่นล่ะ กีฬาก็ยังเป็นกีฬา มีแพ้มีชนะสลับกันไป

อดีต... มีความหมายเสมอ
Continue reading อดีต… มีความหมายเสมอ

กลับมาเติมน้ำมันเบนซินอีกครั้ง


ตั้งแต่ที่น้ำมันเบนซินปรับตัวแพงขึ้นเรื่อยๆ ใน 4-5 ปีหลังมานี้ ทำให้การใช้พลังงานทดแทนหรือน้ำมันก๊าซโซฮอล์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คนใช้รถส่วนใหญ่หันมาเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นก๊าซโซฮอล์ 91 หรือ 95 เพราะอย่างน้อยก็มีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซินเพียวๆ อยู่หลายบาท

จนเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2554 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการเก็บภาษีน้ำมันเข้ากองทุนสำรองน้ำมัน เป็นผลให้ราคาของน้ำมันเบนซินปรับลดราคาลงมาใกล้เคียงกับน้ำมันก๊าซโซฮอล์ โดยต่างกันไม่ถึง 1 บาท วันนี้ผมจึงได้โอกาสพารถคู่ใจไปเติมน้ำมันเบนซินอีกครั้งหลังจากห่างไปประมาณ 3 ปีที่ไม่ได้เติมเบนซิน ณ วันที่เขียนนี้ (28 ส.ค. 2554) น้ำมันเบนซิน 91 ราคาที่ผมเติมที่โคราชลิตรละ 35.08 บาท

ก็ไม่รู้ว่าจะราคาประมาณนี้ไปได้อีกนานเท่าไร แต่อย่างไรก็ขอให้ทำตามสัญญายาวๆ หน่อยนะครับ เพราะว่าสัญญาต้องเป็นสัญญา หาเสียงไว้ถ้าไม่ทำตามก็คงไม่น่าดู 555+

เพราะชีวิตต้องการการตัดสินใจที่ดีที่สุดเท่านั้น


จั่วหัวข้อเรื่องมาแบบนี้ก็รับรองว่าจะต้องมีเรื่องเกี่ยวกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดเข้ามาในประสบการณ์ของผมแน่นอน ซึ่งก็จริงๆ ครับ ยกตัวอย่างเรื่องที่ผมพลาดและจะเก็บไว้เป็นประสบการณ์พร้อมทั้งบอกกับเพื่อนๆ น้องๆ ก็คือว่า

การซื้อ-ขายหุ้นในสภาวะที่ไม่ปกติของตลาด คำว่าไม่ปกติของตลาดก็เช่นว่า มีข่าวลือหรือกระแสข่าวว่าจะเกิดวิกฤติอย่างนั้นอย่างนี้ เช่นล่าสุดที่ตกหนักๆ ก็ข่าวเกี่ยวกับ S&P ปรับลดความน่าเชื่อถือของการชำระหนี้ของสหรัฐจาก AAA เป็น AA+ ช่วงวันนั้นเป็นวันที่หุ้นหล่นกับตุ๊บตั๊บ ผมเองก็มือใหม่ เจอเหตการณ์อย่างนี้ก็ตกใจเห็นกราฟชี้ลงพรวดพราดขนาดนี้

วันนั้นก็เลยมีขายทิ้งแบบขาดทุนไปนิดหน่อย ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าเก็บไว้พอมาถึงตอนนี้หุ้นเหล่านั้นก็ค่อยๆ ปรับตัวกลับขึ้นมากันแล้ว เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าตื่นกลัว จงใช้สติตัดสินใจให้รอบคอบและดีที่สุด

กิจกรรมเมื่อหุ้นขึ้นเครื่องหมาย XD


วันนี้ได้มีโอกาสสัมผัสถือหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD เป็นครั้งแรก พบว่า ทันทีที่เปิดตลาดปั๊บก็มีแรงเทขายกันอย่างกับสาดทิ้งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ตลอดทั้งวันราคาหุ้นไม่ได้เงยหน้าลืมตาอ้าปากเลย หล่นติดระดับ -5% ถึง -7% ตลอด ทั้งนี้สาเหตุของการเทขายที่ว่านี้ก็คงเป็นเพราะว่าหุ้นตัวนี้ราคาดีมาพอสมควรแล้วในก่อนหน้านี้ก็ปรับตัวขึ้นมาเรื่อยๆ จนเมื่อขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถขายออกไปได้โดยยังได้เงินปันผลอยู่นั่นเอง

ประสบการณ์เดือนแรกของการเล่นหุ้น

โพสต์นี้ขอพูดถึงประสบการณ์การเล่นหุ้นของผมในเดือนแรกสักหน่อยก็แล้วกันนะครับ หลังจากได้เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นมาได้เดือนเศษ ทั้งนี้เพื่อเป็นการจดบันทึกไว้และจะได้ปรับปรุงหรือประยุกต์ใช้ในโอกาสต่อไป

หลังจากผ่านมาเดือนกว่าของการเริ่มหัดลงทุนผ่านการซื้อขายหุ้นนั้น ผมได้มองเห็นว่าการจะซื้อหรือจะขายหุ้นนั้นควรจะต้องพิจารณาตัวแปรพื้นฐานดังนี้

ก่อนจะซื้อ
1. ศึกษาเทรนด์ของหุ้นตัวนั้นว่าอยู่ในภาวะปกติ ธรรมชาติหรือไม่ เราไม่ควรซื้อหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาแบบพุ่งพรวดหรือดีดตัวแรงผิดปกติเพราะอาจติดดอยได้ง่ายๆ
2. ดูเทรนด์สถิติ แนวรับ แนวต้านว่าหุ้นตัวนี้ควรจะลงได้ถึงไหน ลงสุดหรือยัง หรือยังมีแนวโน้วจะลงได้อีก
3. เช็คข่าวเกี่ยวกับหุ้นตัวนั้นๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่จะกระทบกับราคาหุ้นในอนาคตหรือไม่

ก่อนจะขาย
1. ตั้งราคาขายที่เหมาะสม อาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์กำไรของจากตอนที่ซื้อมา
2. ห้ามโลภ คำๆ นี้คงจะเคยได้ยินบ่อยๆ จากบรรดานักวิเคราะห์หรือเซียนหุ้นทั้งหลาย เพราะการโลภเพียงน้อยนิด อาจจะทำให้ราคาหุ้นไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้จึงขายไม่ได้ แถมวันต่อมาหุ้นอาจตก ทำให้เกิดปัญหาอีก
3. ตัดสินใจให้เด็ดขาด ผมเคยรีรอว่าหุ้นจะขึ้นอีกๆ ทั้งๆ ที่ราคาก็เกินราคาเป้าหมายไปพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่ยอมขาย ถือไว้นานเข้ากลับกลายเป็นหุ้นตกไปอีก ต้องรอเกือบสัปดาห์กว่าจะกลับมาได้ทุนคืน

จริงๆ ยังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อีกเยอะครับ แต่ว่าทั้งนี้ประสบการณ์ของแต่ละคนก็คงไม่เหมือนกัน เพราะอยู่กันคนละสถานะ คนละจังหวะ ต้องลองเองแล้วถึงจะรู้ ที่เขาเรียกกันว่า “ประสบการณ์”