Category Archives: เงินๆ ทองๆ

กิจกรรมเมื่อหุ้นขึ้นเครื่องหมาย XD


วันนี้ได้มีโอกาสสัมผัสถือหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD เป็นครั้งแรก พบว่า ทันทีที่เปิดตลาดปั๊บก็มีแรงเทขายกันอย่างกับสาดทิ้งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ตลอดทั้งวันราคาหุ้นไม่ได้เงยหน้าลืมตาอ้าปากเลย หล่นติดระดับ -5% ถึง -7% ตลอด ทั้งนี้สาเหตุของการเทขายที่ว่านี้ก็คงเป็นเพราะว่าหุ้นตัวนี้ราคาดีมาพอสมควรแล้วในก่อนหน้านี้ก็ปรับตัวขึ้นมาเรื่อยๆ จนเมื่อขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถขายออกไปได้โดยยังได้เงินปันผลอยู่นั่นเอง

ประสบการณ์เดือนแรกของการเล่นหุ้น

โพสต์นี้ขอพูดถึงประสบการณ์การเล่นหุ้นของผมในเดือนแรกสักหน่อยก็แล้วกันนะครับ หลังจากได้เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นมาได้เดือนเศษ ทั้งนี้เพื่อเป็นการจดบันทึกไว้และจะได้ปรับปรุงหรือประยุกต์ใช้ในโอกาสต่อไป

หลังจากผ่านมาเดือนกว่าของการเริ่มหัดลงทุนผ่านการซื้อขายหุ้นนั้น ผมได้มองเห็นว่าการจะซื้อหรือจะขายหุ้นนั้นควรจะต้องพิจารณาตัวแปรพื้นฐานดังนี้

ก่อนจะซื้อ
1. ศึกษาเทรนด์ของหุ้นตัวนั้นว่าอยู่ในภาวะปกติ ธรรมชาติหรือไม่ เราไม่ควรซื้อหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาแบบพุ่งพรวดหรือดีดตัวแรงผิดปกติเพราะอาจติดดอยได้ง่ายๆ
2. ดูเทรนด์สถิติ แนวรับ แนวต้านว่าหุ้นตัวนี้ควรจะลงได้ถึงไหน ลงสุดหรือยัง หรือยังมีแนวโน้วจะลงได้อีก
3. เช็คข่าวเกี่ยวกับหุ้นตัวนั้นๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่จะกระทบกับราคาหุ้นในอนาคตหรือไม่

ก่อนจะขาย
1. ตั้งราคาขายที่เหมาะสม อาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์กำไรของจากตอนที่ซื้อมา
2. ห้ามโลภ คำๆ นี้คงจะเคยได้ยินบ่อยๆ จากบรรดานักวิเคราะห์หรือเซียนหุ้นทั้งหลาย เพราะการโลภเพียงน้อยนิด อาจจะทำให้ราคาหุ้นไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้จึงขายไม่ได้ แถมวันต่อมาหุ้นอาจตก ทำให้เกิดปัญหาอีก
3. ตัดสินใจให้เด็ดขาด ผมเคยรีรอว่าหุ้นจะขึ้นอีกๆ ทั้งๆ ที่ราคาก็เกินราคาเป้าหมายไปพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่ยอมขาย ถือไว้นานเข้ากลับกลายเป็นหุ้นตกไปอีก ต้องรอเกือบสัปดาห์กว่าจะกลับมาได้ทุนคืน

จริงๆ ยังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อีกเยอะครับ แต่ว่าทั้งนี้ประสบการณ์ของแต่ละคนก็คงไม่เหมือนกัน เพราะอยู่กันคนละสถานะ คนละจังหวะ ต้องลองเองแล้วถึงจะรู้ ที่เขาเรียกกันว่า “ประสบการณ์”

ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ได้เสียอะไร


อ่านหัวข้อแล้วอาจจะฟังดูกลัวๆ โหดร้ายนิดๆ ฮ่าๆๆ แต่ความจริงก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ นั่นแหละ ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่เสียอะไรแลกเปลี่ยน คำนี้เกิดขึ้นมาในหัวของผมเมื่อปลายเดือนที่แล้วนี่เอง สาเหตุเพราะเว็บของผมเว็บหนึ่งมีปัญหาใช้ Bandwidth เกินอยู่เรื่อยๆ และมักจะเต็มช่วงปลายเดือนอยู่เป็นประจำ โดยล่าสุดนี้ก็มาเต็มเอาตอนสำคัญเพราะกำลังลุ้นรายได้ให้ทำลายสถิติสูงๆ ซะหน่อย เว็บดันมาเข้าไม่ได้ซะงั้น

ทีนี้เอาไง โทรไปคุยกับโฮสติ้งเขาบอกว่าคุณใช้ Bandwidth เกินมาตลอดแต่เขาไม่ได้แจ้งมา นี่เขาก็เปิดให้ใช้เกินไปประมาณ 90GB แล้ว (ซึ่งเขาคิดส่วนที่เกิน 50 บาท/GB) ถ้าคิดเป็นเงินแล้วก็ประมาณ 4,500 บาท ฮ้า แล้วผมจะไปเอาเงินจากไหนมาจ่าย เว็บใช้เกินก็ไม่แจ้งผม แล้วตอนนี้ Package ที่ใช้อยู่ก็ไม่เหมาะแล้ว เขาแนะนำให้ใช้ Package 7,500 บาทต่อปี โอ้ว แพงไปมั๊ยก็เว็บเล็กๆ อย่างเรา

แสวงหาโอกาส เพราะชีวิตคือการลงทุน


หลังจากได้เริ่มต้น เรียนรู้ ลงมือ และทำงาน Affiliate มาได้ประมาณปีกว่า ตอนนี้ผมก็กำลังเริ่มต้น เรียนรู้ใหม่อีกครั้งกับ “การเล่นหุ้น” เพราะถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพออนไลน์ของคนออนไลน์เลยก็ว่าได้

ด้วยความที่ปัจจุบันดอกเบี้ยธนาคารอันน้อยนิด หากฝากเงินไว้เฉยๆ ก็เหมือนกับฝากไว้เฉยๆ (จริงๆ) เพราะดอกเบี้ยที่ได้จากธนาคารนั้นน้อยจนไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ ทั้งนี้ก็ต้องโทษที่ตัวผมเองที่มีเงินต้นน้อยไป ฮ่าๆๆ

อย่างไรก็ตามการเล่นหุ้นก็มีความเสี่ยง ในความเสี่ยงก็มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี แต่นี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางการลงทุนที่น่าลอง ดีกว่าเอาเงินไปฝากไว้เฉยๆๆๆๆ

ปัญหาวุ่นๆ กับธนาคาร


สัปดาห์นี้ผมมีเรื่องวุ่นๆ ของผมกับธนาคารอยู่หลายครั้งครับ ทำเอาเซโรงังไปเลยทีเดียว เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมเอาเช็คของ Amazon ไปขึ้นเงินที่ธนาคารกรุงศรีฯ ระยะทางจากบ้านผมถึงธนาคารก็ประมาณ 10 กว่ากิโล

การนำเช็คต่างประเทศโดยเฉพาะเช็คแปลกๆ ใหม่ๆ แบบนี้ไปขึ้นเงินก็เป็นธรรมดาที่อาจจะมีขั้นตอนและใช้เวลาเช็คโน่นตรวจนี่อยู่บ้าง ก็มีการขอบัตรประชาชนไปทำสำเนาเพื่อส่งเรื่องขอขึ้นเงินเช็คต่างประเทศ ก็ไม่มีอะไรครับเสร็จขั้นตอนผมก็กลับบ้านไป เมื่อถึงบ้านสักพักนึกขึ้นได้ อ้าว พนักงานลืมคืนบัตรประชาชนให้ผมนี่ ผมก็ลืมทวง ผมก็เลยต้องออกไปเอาบัตรประชาชนอีกเป็นการไปธนาคารรอบที่ 2 เมื่อได้บัตรประชาชนแล้วก็กลับบ้าน พอถึงบ้านได้สักพัก พนักงานโทรศัพท์ไปแจ้งว่าลืมให้เซ็นเอกสารอีกฉบับหนึ่ง ขอให้กลับมาเซ็นเอกสารอีกรอบ อ้าว ผมเริ่มเซโรงัง แต่ก็ต้องออกไปอีกรอบเป็นรอบที่ 3 ทำเอาวันนั้นทั้งวันผมไปกลับๆ ธนาคารอยู่ 3 รอบ ค่าน้ำมันแพงกว่าค่าธรรมเนียมขึ้นเช็คอีก

เท่านั้นยังไม่พอ วันพฤหัส (3 วันต่อมา) ผมเอาสมุดไปอัพเดทที่เครื่องอัพเดทสมุดอัตโนมัติแต่ตอนนั้นเป็นเวลาเลิกงานของธนาคารแล้ว ผมไปถึงหน้าเครื่องก็ไม่มีอาการว่าเครื่องผิดปกติไปจากทุกครั้งแต่อย่างใด ไฟสีเขียวๆ กระพริบบอกให้เปิดสมุดหน้าที่มีการอัพเดทล่าสุดและสอดเข้าเครื่องได้เลย ผมก็สอดเข้าไป ยืนรอสักพัก เอ๊ะ มันไม่ยอมทำรายการและค้างอยู่อย่างนั้น ในขณะที่หน้าจอก็ไม่ได้แสดงว่ามีอะไรผิดปกติ ผมเริ่มใจไม่ดีรอนานแล้วก็ไม่ยอมคืนสมุดออกมา จึงโทรไปที่ call center เขาตรวจสอบดูและแจ้งว่าเครื่องมีปัญหา ให้มารับสมุดได้เมื่อธนาคารเปิดทำการ อ้าว เซโรงังเลย ผมก็ต้องกลับบ้านไปก่อนด้วยความกังวลว่าสมุดมันจะออกมาตอนที่ผมกลับไปแล้วหรือไม่ จะฝากบอก รปภ. ว่าให้ช่วยดูให้หน่อยก็ไม่มี รปภ. เพราะดึกมากแล้ว

โชคยังดี ในที่สุดพอใกล้เวลาธนาคารเปิดผมก็รีบมาธนาคารและไปมองดูที่เครื่อง เฮ้อ สมุดยังอยู่ จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารมาผมก็ให้เปิดเอาสมุดให้ผมได้อย่างปลอดภัย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ถ้าไม่จำเป็น อย่าทำอะไรกับตู้อัตโนมัติเหล่านั้นหลังเวลาเลิกงาน” เพราะหากมีอะไรขัดข้อง ก็จะต้องรอจนเปิดงานวันถัดไปถึงจะติดต่อพนักงานได้